ความบกพร่องทางการเห็น
ความหมายของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น
ดร. ผดุง อารยะวิญญู ได้ให้ความหมายว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น
หมายถึง เด็กตาบอด หรือตาบอดบางส่วน กล่าวคือ
- เด็กตาบอด( blind ) หมายถึง เด็กที่มีสายตาเหลืออยู่น้อยมาก หรือไม่มีเลยแม้จะได้รับ
การแก้ไขแล้ว จึงไม่สามารถใช้สายตาในการเรียนหนังสือได้และเป็นผู้ที่มีสายตา ภายหลัง
การแก้ไขแล้วอยู่ในระหว่าง 20/200
- เด็กตาบอดบางส่วน( partially blind ) หมายถึง เด็กที่มีสายตาบกพร่องแต่ภายหลัง
จากการแก้ไขแล้วสามารถมองเห็นได้บ้าง จึงสามารถใช้สายตาในการเรียนหนังสือได้บ้าง
เป็นผู้ที่มีสายตา ภายหลังการแก้ไขอยู่ระหว่าง 20/70
คณะอนุกรรมการคัดเลือกและจำแนกความพิการเพื่อการศึกษา ได้ให้ความหมาย
ของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นว่า
เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น หมายถึง เด็กที่สูญเสียการเห็นตั้งแต่ระดับเล็กน้อย
จนถึงตาบอดสนิท แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. เด็กตาบอด( blind ) หมายถึง เด็กที่สูญเสียการเห็นมากจนต้องสอนให้อ่านอักษรเบรลล์
หรือใช้วิธีการฟังเทปหรือแผ่นเสียง
2. เด็กเห็นเลือนราง( low vision ) หมายถึง เด็กที่สูญเสียการเห็นแต่ยังสามารถอ่านอักษร
ตัวพิมพ์ที่ขยายใหญ่ได้หรือต้องใช้แว่นขยายอ่าน
ความหมายของลานสายตา
คำว่า ลานสายตา หมายถึงความกว้างของการมองเห็น ซึ่งบุคคลทั่วไป จะมีลานสายตา
อยู่ในระดับประมาณ 180 องศา ส่วนบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น จะมีลานสายตา
แคบกว่า 30 องศา ไปจนถึง 20 องศา
ตัวเลข 20/200 และ 20/70 คือ ตัวเลขที่ได้จากการวัดสายตาโดยใช้ Snellen chart
ซึ่งหมายถึงการบอกระยะของการมองเห็นตัวพิมพ์มาตรฐานเป็นฟุต
20/200 หมายถึง คนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมองเห็นวัตถุได้ในระยะ 20 ฟุต
ในขณะที่คนสายตามปกติจะเห็นจะมองเห็นวัตถุได้ในระยะ 200 ฟุต
20/70 หมายถึง คนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมองเห็นวัตถุได้ในระยะ 20 ฟุต
ส่วนคนสายตาปกติจะมองเห็นวัตถุได้ในระยะ 70 ฟุต
สาเหตุของความบกพร่องทางการเห็น
1. กรรมพันธุ์ (heredity) เป็นโรคที่สืบทอดจาก บิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย มักจะเป็น
โรคที่ป้องกันไม่ได้ เช่น โรคต้อกระจกชนิดเป็นมาแต่กำเนิด โรคตาเสื่อม (retinal pigmentosa)
ประสาทตาเสื่อม (opticatrophy)
2. บิดา มารดา เป็นโรคบางอย่าง ซึ่งสามารถถ่ายทอดไปยังเด็ก ทำให้เด็กเกิดมามีตาไม่
สมประกอบ อันอาจเกิดมาจากความผิดปกติของโครโมโซม
สาเหตุก่อนคลอด เกิดขึ้นขณะที่มารดาตั้งครรภ์ โดยเฉพาะ 3 เดือนแรก ขณะตั้งครรภ์มารดา
มีอาการ ดังนี้
- เป็นหัดเยอรมัน มีผลต่อลูกตาของเด็ก เช่น ตาเล็กกว่าปกติ ตาฝ่อ ไม่มีลูกตา
- เป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อราในเลือด ทำให้เส้นประสาทตาของเด็กเกิดอาการอักเสบ มีผล
ทำให้เด็กมองไม่เห็นเมื่อคลอดออกมา ประสาทตาอักเสบมีผลทำให้เด็กมองไม่เห็น
เมื่อคลอดออกมา
- การคลอดก่อนกำหนด มักมีน้ำหนักน้อย ตัวเหลือง ต้องเข้าตู้อบ เมื่อต้องอยู่ในตู้อบนาน
มีผลทำให้เด็กตาบอดได้
สาเหตุขณะคลอด
- การอักเสบทางช่องคลอดของมารดา ที่เกิดจากการติดเชื้อ เช่น หนองใน เชื้อรา เชื้อเริม
- ได้รับบาดเจ็บจากการใช้เครื่องมือขณะแพทย์ทำการคลอด
สาเหตุหลังคลอด
- ได้รับอุบัติเหตุจากวัตถุหรือสิ่งของ เช่น ลูกดอก มีด ดินสอ วัตถุระเบิด
- ขาดสารอาหารหรือวิตามินเอ
เรียบเรียงโดย วรางคณา เวียรชัย
ลักษณะบางอย่างที่พอสังเกตได้
1. ขอบตาแดง มีนํ้าตาคลอ/ ไหล เนื่องๆ
2. ชอบหรีตา หรือป้องแสงไม่ให้เข้าตา
3. กรอกตาไปมาบ่อยๆ
4. ขยี้ตา หรือกระพริบตาบ่อยๆ
5. มีอาการกระตุกถี่ๆ ที่ดวงตา
6. ขมวดคิ้ว หรือหรีตาบ่อยๆ
7. เดินงุ่มง่าม ชน สะดุดวัตถุ
8. มองภาพสิ่งของ หรืออ่านหนังสือ มักมองใกล้ๆ อ่านใกล้ๆ อ่านข้ามบรรทัด หรือ
อ่านซํ้าบรรทัดเดิม
9. ไม่สามารถบอกรายละเอียด / ความแตกต่างของสีที่ใกล้เคียงของภาพหรือสิ่งของได้
10. มักใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ส่วนอื่น เพื่อสำรวจสิ่งของมากกว่าการใช้สายตา
ความต้องการพิเศษ
บุคคลกลุ่มนี้ หากไม่มีความพิการซ้อนด้านสติปัญญา หรือด้านอื่นๆ แทรกด้วย จะสามารถ
จะสามารถเรียนรู้ได้เท่ากับ หรือใกล้เคียงกับคนทั่วไป เพียงแต่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษใน
ด้านวัสดุ อุปกรณ์ และบริการอื่นเสริมบ้าง ดังนี้
การบริการอื่นๆ - การสอนเสริม
- การสอนอักษรเบรลล์
- การฝึกสร้างความคุ้นเคยสภาพแวดล้อม และการเคลื่อนไหว
( Orientation and mobility : O&M )
วัสดุอุปกรณ์ - แว่นตา /แว่นขยาย ที่เหมาะสมกับสายตา
- แผ่น และดินสอ สำหรับคนตาบอด (Slate and Stylus)
- หนังสืออักษรเบรลล์ / หนังสือเสียง / เดซี่(Desey)
- เครื่องอ่านหนังสือ
- เครื่องบันทึกเสียง
- ลูกคิด
- ไม้เท้า ฯลฯ
เรียบเรียงโดย ชลิต วิพัทนะพร
กิจกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
ฝ่ายบกพร่องทางการเห็น
ฝ่ายบกพร่องทางการเห็นได้แบ่งกิจกรรมการเรียนการสอนไว้ด้วยกัน 6 ทักษะ
โดยแต่ละทักษะมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ดังนี้
1. ทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว หรือเรียกเป็น
ภาษาอังกฤษว่า O &M (Orientation and Mobility) ทักษะนี้จะแบ่งลายระเอียดได้หลายข้อ
โดยจะเริ่มจากวิธีการใช้ไม้เท้าขาวให้ถูกต้องและปลอดภัย วิธีการจับไม้เท้าใช้มือขวาจับไม้เท้า
โดยให้นิ้วมือวางอยู่ตรงหน้าของไม้ หลังจากนั้นก็ให้ใช้ข้อมือขวาเป็นตัวขับเคลื่อนโดยถ้า
เราแกว่งไม้เท้าไปทางขวาเราก็จะต้องก้าวเท้าซ้าย และเมื่อเราก้าวเท้าซ้ายก็จะต้องแกว่งมา
ทางขวาและต้องแกว่งให้ครอบคลุมทั้งสองด้านเพื่อความปลอดภัยของผู้เดิน
ประโยชน์ เพื่อให้คนที่มีความบกพร่องทางการเห็นนั้นสามารถที่จะไปไหนมาไหน
ด้วยตนเองอย่างมีอิสระและปลอดภัย
2. ทักษะการช่วยเหลือตนเอง ทักษะนี้มีความจำเป็นไม่แพ้กันกับทักษะ O&M เลยทีเดียว
เพราะว่าจะต้องจำเป็นที่จะต้องให้คนตาบอดสามารถที่จะช่วยเหลือตนเองให้ได ้ เพื่อที่จะไม่ให้
พวกเขาเหล่านั้นเป็นภาระ ต่อสังคม และบุคคลใกล้ชิด กิจกรรมที่จะนำมาเสนอก็คือ
การใส่เสื้อคอกลม วิธีการสอนในกิจกรรมนี้จำต้องสอนแบบการวิเคราะห์งาน โดยขั้นตอน
ของการสอนก็จะแบ่งออกเป็นข้อๆ ไป
2.1 ให้นักเรียนหรือผู้ถูกฝึกสำรวจก่อนว่าเสื้อที่เขากำลังจะสวมใส่นั้นมีลักษณะอย่างไร
2.2 บอกถึงตำแหน่งของแขน คอ ของเสื้อให้เขารับรู้
2.3 นำเสื้อไปสวมเอาไว้ที่หัวของเด็กที่สอนแล้วบอกว่าต้องเอาแขนใส่อย่างไร
2.4 หลังจากนั้นให้เด็กลองพยามทำเองถ้าเด็กยังทำไม่ได้ก็ให้ฝึกซ้ำจนกว่าจะทำได้